TEI ตอกย้ำบทบาทของฉลากสิ่งแวดล้อมในฐานะกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียวของประเทศ

29 พฤศจิกายน 2569: 33 ปี สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย เปิดเวทีสัมมนาวิชาการครั้งใหญ่ ชูแนวคิด “ปรับเพื่ออยู่ รู้เพื่อรอด” รับมือ 3 วิกฤติสิ่งแวดล้อมโลก สู่ความท้าทายสิ่งแวดล้อมไทย
สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) จัดงานสัมมนาวิชาการครบรอบ 33 ปี TEI “สิ่งแวดล้อมโลก สิ่งแวดล้อมไทย : ปรับเพื่ออยู่ รู้เพื่อรอด” เปิดเวทีระดับประเทศเพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ทิศทางนโยบาย และแนวทางรับมือ “3 วิกฤติสิ่งแวดล้อมโลก สู่ความท้าทายสิ่งแวดล้อมไทย” ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Loss) และ มลพิษ (Pollution)
ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย กล่าวว่า วิกฤตสิ่งแวดล้อมในปัจจุบันถือเป็น วิกฤติไร้พรมแดนที่ไม่มีประเทศใดสามารถรับมือได้เพียงลำพัง ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจึงเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม ขณะเดียวกันประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งเตรียมความพร้อม ทั้งในระดับนโยบายจนไปสู่การปฎิบัติ การปรับตัวของภาคธุรกิจและการสร้างความตระหนักรู้ให้ประชาชนสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้อย่างเท่าทันต่อวิกฤติปัญหาสิ่งแวดล้อม
ไฮไลต์สำคัญของงานในปีนี้คือการมอบโล่เชิดชูเกียรติแก่ 7 องค์กรที่ได้รับการรับรองฉลากเขียวอย่างต่อเนื่องมากกว่า 25 ปี ได้แก่ บริษัท โจตันไทย จำกัด บริษัท กัปตันโค๊ทติ้ง จำกัด บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บริษัท นิปปอนเพนต์ เดคโคเรทีฟ โคทติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท สยามไฟเบอร์กลาส จำกัด บริษัท อั๊คโซ่ โนเบล เพ้นท์ส (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท สยามคราฟท์อุตสาหกรรม จำกัด และการมอบเกียรติบัตรแก่ 40 บริษัทที่ได้รับการรับรองฉลากเขียวและฉลากข้อมูลสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ (EPD)
ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของภาคธุรกิจไทยในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม การเชิดชูเกียรติในครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการยกย่ององค์กรต้นแบบด้านการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน แต่ยังตอกย้ำบทบาทของฉลากสิ่งแวดล้อมในฐานะกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียวของประเทศ สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของงานสัมมนาวิชาการครบรอบ 33 ปี สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ภายใต้แนวคิด “สิ่งแวดล้อมโลก สิ่งแวดล้อมไทย : ปรับเพื่ออยู่ รู้เพื่อรอด” ที่มุ่งสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อรับมือกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและนำประเทศไทยไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในระยะยาว